1/01/2007
>> εїз สวัสดีปีใหม่ มาพร้อมกับของขวัญปีใหม่จากใจ ฝากให้เพื่อน ๆ เอ็มไทยทุกคนเจ้าค่ะ εїз

ขออันเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

เพลง พรปีใหม่

 สวัสดีวันปีใหม่พา ให้บรรดาเราท่านรื่นรมย์


ฤกษ์ยามดีเปรมปรีดิ์ชื่นชม ต่างสุขสมนิยมยินดี


ข้าวิงวอนขอพรจากฟ้า ให้บรรดาปวงท่านสุขศรี


โปรดประทานพรโดยปรานี ให้ชาวไทยล้วนมีโชคชัย


ให้บรรดาปวงท่านสุขสันต์ ทุกวันทุกคืนชื่นชมให้สมฤทัย


ให้รุ่งเรืองในวันปีใหม่ ผองชาวไทยจงสวัสดี


ตลอดปีจงมีสุขใจ ตลอดไปนับแต่บัดนี้


ให้สิ้นทุกข์สุขเกษมเปรมปรีดิ์ สวัสดีวันปีใหม่เทอญ

tags : สวัสดีปีใหม่  
posted by ....[A][n][n].... : 2007-01-01 23:09:27
8/11/2006
>> รู้มั้ย ผู้หญิง ต้องการอะไรจริง ๆ

กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว..... อาเธอร์ถูกจับและจะประหารชีวิต แต่กษัตริย์เสนอให้เขาเป็นอิสระ


ถ้าหากเขาสามารถตอบปัญหาแสนยากข้อหนึ่ง ได้ถูกต้อง


อาเธอร์มีเวลาหาคำตอบ 1 ปีเต็ม ถ้าเขาตอบไม่ได้ เขาก็จะถูกประหาร


คำถามนั้น คือ .......สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ คืออะไร ?”


ปัญหาดังกล่าวช่างยากเย็นจนแม้นักปราชญ์ที่ฉลาดก็ยังงุนงง


เขากลับไปยังอาณาจักรของเขาและเริ่มหาคำตอบจากทุกผู้คน แต่ไม่มีใครให้คำตอบที่น่าพอใจได้


คนส่วนมากจะแนะนำให้เขาไปปรึกษาเรื่องนี้กับยายแม่มดแก่ ซึ่งน่าจะเป็นผู้เดียวที่จะรู้คำตอบ แต่ราคาค่าปรึกษาคงจะแสนแพง


แล้ววันสิ้นปีก็มาถึง


อาเธอร์ไม่มีทางเลือกอื่น แม่มดตกลงจะให้คำตอบ


แต่อาเธอร์ต้องยอมรับเงื่อนไขแลกเปลี่ยนก่อน


นังแม่มดต้องการแต่งงานกับกาเวน อัศวินผู้ทรงเกียรติสูงสุดของเหล่าอัศวินโต๊ะกลม และเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของอาเธอร์


อาเธอร์หนุ่มถึงกับสยองขวัญเพราะยายแก่หลังโกงเหม็นก็เหม็น มีฟันเหลือซี่เดียว ตัวก็เหม็นเหมือนถังส้วมชอบทำเสียงประหลาดน่ารังเกียจ


เขาปฏิเสธที่จะให้เพื่อนรักแต่งงานกับหล่อน


ฝ่ายกาเวนพอได้รับรู้ถึงข้อเสนอนั้น เขายอมแต่งงานเพื่อชีวิตของอาเธอร์ และการดำรงอยู่ของอัศวินโต๊ะกลม


และยายแม่มดก็ให้คำตอบต่อคำถามของอาเธอร์


"สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ ก็คือการได้เป็นตัวของตัวเอง ”


ทุกคนทราบได้ทันทีว่าแม่มดได้กล่าวอมตะวาจาอันยิ่งใหญ่ และอาเธอร์ก็รอดพ้นจากการประหารแน่นอน


และก็เป็นเช่นนั้นจริง

แต่ทว่า........งานแต่งงานของกาเวนกับนังแม่มดช่างเหลือรับจริงๆ


กาเวนสง่าผ่าเผยเช่นปกติ ทั้งสุภาพอ่อนน้อม


ส่วนฝ่ายนังแม่มดเฒ่านั้นออกลายนิสัยเลวสุดเดช ทั้งกินมูมมามด้วยสองมือ ทั้งเรอ ทั้งตด


ทุกผู้คนต่างรู้สึกอึดอัด และแล้วยามค่ำของวันส่งตัวก็มาถึง


กาเวนได้ปลอบตนเองพร้อมรับคืนสยองเขาก้าวเข้าสู่ห้องนอนวิวาห์


ช่างไม่เชื่อสายตาตนเอง!!!!


หญิงสาวแสนสวยที่สุดที่เคยพบพานนอนรออยู่เบื้องหน้า


กาเวนงุนงง ???? สาวแสนสวยเฉลยว่า เพราะกาเวนช่างแสนดีกับหล่อน (เมื่อยามเป็นแม่มด)


ดังนั้นครึ่งหนึ่งของวัน เธอจะอยู่ในสภาพพิกลพิการน่ารังเกียจ


ส่วนอีกครึ่งหนี่งของวัน เธอจะอยู่ในร่างแสนสวยนี้


กลางวันเขาอยากให้เธอเป็นแบบไหน?


กลางคืนอยากให้เป็นแบบไหน?


เป็นคำถามที่ช่างโหดร้าย!!!


กาเวนเริ่มคิดไตร่ตรอง


หญิงสาวสวยยามกลางวันเพื่ออวดต่อเพื่อนฝูง แต่กลางคืนเมื่ออยู่สองต่อสองเป็นยายแม่มด?


หรือว่าเขาควรจะเลือกยายแม่มดตอนกลางวัน แล้วได้สาวสวยเพื่อเริงระบำยามค่ำคืนดี??

เป็นคุณหล่ะ คุณจะเลือกอย่างไร ??? กรุณาหยุดคิดสักนิดเมื่อตัดสินใจได้แล้ว ค่อย scroll ลงไปอ่านนะ

ยังไม่ถึง


อีกหน่อยนะ

ใกล้แล้ว ๆ

เอาละ.. ถึงเสียที


(เมื่อได้คำตอบของคุณแล้วอ่านคำตอบของกาเวนที่อยู่ข้างล่างนี้ )

กาเวนตอบว่า “เขาขอมอบให้เธอเป็นผู้ติดสินใจเลือกเอง”


เมื่อเธอได้ยินดังนั้น เธอจึงประกาศก้องว่าเธอจะสวยตลอดเวลา เพราะเขาได้ให้ความเคารพและให้เธอเป็นตัวของตัวเอง

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า...


1.. ผู้หญิงไม่ว่าจะสวยหรือจะน่าเกลียด ลึกๆ ข้างในเธอก็คือ “แม่มด”


2.. ผู้หญิงจะกลายร่างเป็นแม่มดหรือเป็นสาวแสนสวยเมื่อไหร่นั้นขึ้นอยู่กับความประพฤติของผู้ชาย

(ทุกๆคนล้วนมีด้านมืดกันทั้งนั้น แต่จะแสดงออกมาหรือไม่ เท่านั้น)

 

tags : ผู้หญิง   แอน    
posted by ....[A][n][n].... : 2006-11-08 22:13:28
2/11/2006
>> นักเดินทาง ตะเกียง และแสงจันทร์

เรื่อง: นักเดินทาง ตะเกียง และแสงจันทร์
ผู้แต่ง: ตะวัน-ลยา

 

ฉันอาจเป็นเพียงตะเกียงดวงหนึ่ง ที่มีแสงเพียงน้อยนิด
อาจจะไม่จำเป็นเลยในบางช่วงบางขณะ
ที่พระจันทร์ทอแสงนวลกระจ่าง
เธออาจจะทิ้งฉันไว้ข้างทางก้อเป็นได้
หากเธอคิดว่าฉันไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย
ฉันจึงเปรียบตะเกียง เป็นดั่ง ตัวฉัน...
ส่วนเธอน่ะ เป็น นักเดินทางคนนึง...
ส่วนเค้าคนนั้น เป็น พระจันทร์....
นักเดินทางคนหนึ่งกับตะเกียงดวงเก่า
ตะเกียงที่ให้แสงสว่างในค่ำคืนที่มืดมิด
ตะเกียงที่ให้ความอบอุ่นได้
เมื่อนักเดินทางผู้นั้นต้องการ

ในค่ำคืนที่สายลมหนาวได้ผ่านพัดมาอีกครา
การเดินทางของนักเดินทางผู้นั้นก้อมี
ตะเกียงเป็นเพื่อนคู่ชีพ
แสงเพียงน้อยนิดที่พอจะส่องทางได้เป็นระยะๆ
ทำให้นักเดินทางผู้นั้นเริ่มไม่พอใจในสิ่งที่ เค้ามีอยู่
เมื่อเค้ามีเพื่อนร่วมทาง เพื่อนร่วมทางก็ได้กล่าวว่า
"จะใช้ตะเกียงดวงเก่านี้ไปทำไม ในเมื่อแสงจากพระจันทร์ออกจะสว่างถึงเพียงนี้"
นักเดินทางผู้นั้นคิดได้จึงทิ้งตะเกียงผู้น่าสงสารไว้ข้างทาง
หลงเชื่อคำกล่าวของเพื่อนร่วมทาง
ซึ่งเป็นเพียงแค่คนที่ผ่านมาแล้วก้อผ่านไป
ค่ำคืนนั้น เป็นคำคืนที่ยาวนานสำหรับฉัน...

...ตะเกียงผู้ถูกทอดทิ้งไว้ข้างทาง
ก้อเค้าไม่สนใจแม้แต่น้อย
กลับกัน เธอนักเดินทางที่กำลังหลงระเริง
กับแสงจากพระจันทร์
ที่ส่องแสงนวลกระจ่าง มันสวยงาม มันชวนฝัน
นักเดินทางผู้นั้นจึงเดินทางไปเรื่อยๆ เพียงลำพัง
แค่สัมภาระ ไร้ตะเกียงดวงเก่า!
เมื่อความมืดมิดแห่งค่ำคืนได้ผ่านพ้นไป
แสงจันทร์ที่เคยกระจ่างยามค่ำคืนก้อเลือนหาย

ดวงตะวันได้โผล่ขึ้นมารับอรุณบอกกับทุกคนที่อยู่ใต้ผืนฟ้าว่านี่คือ
เช้าวันใหม่ ..............
สายลมหนาว --ผ่านพัดมาเยือนอีกครา
----ผ่านพัด---เป็นลมหนาวที่เย็นยะเยือก
ตะเกียงดวงเก่าที่ถูกทอดทิ้ง
บัดนี้ นักเดินทางอีกคนได้ผ่านมาพบจึงเก็บไว้เป็นสมบัติตน
ตะเกียงจึงกลับกลายเป็น ของมีค่าอีกครั้ง
มันได้ทำหน้าที่เช่นเดิม คือ ให้แสงสว่างและ
ความอบอุ่นไปพร้อมๆ กัน

เมื่อตะวันลับฟ้าไปแล้วลำแสงสุดท้ายของวันเป็นสีส้มเป็นแสงสว่างสุดท้ายของวันนี้
ค่ำคืนได้ย่างกรายเข้ามา สายลมหนาวก้อเริ่มพัดแรงขึ้นๆ
ดวงจันทร์ที่เคยทอแสงกระจ่างกลับถูกหมอกเมฆบดบังจนสิ้น!
ราวกับจะกลั่นแกล้งนักเดินทาง
คนเก่าที่เคยเป็นเจ้าของตะเกียง
เค้าผู้นั้นไม่มีแม้แต่แสงไฟที่จะใช้ส่องทางและเช่นกัน
เค้าไม่มีแม้กระทั่งความอบอุ่น
นักเดินทางหนาวสั่นจะเดินต่อก็กลัว หลงทาง
เค้าจึงย้อนกลับไปเอาตะเกียงดวงเก่าที่ได้ทิ้งไว้เมื่อคืนก่อน

... ลมหนาวได้ผ่านพัดมา ราวกับจะทรมานนักเดินทางผู้นั้น
จนกระทั่งมาถึงจุดที่เขา ได้ทิ้งตะเกียงไว้
บัดนี้ตะเกียงดวงเก่าได้ สาปสูญไปแล้ว
เค้านึกเสียดายจับใจ
แม้จะเรียกร้องเพียงใดก้อมิได้กลับคืน
จึงทำได้แต่เพียงนอนหนาว
รอให้เมฆหมอกที่บดบังดวงจันทร์นั้นได้ผ่านเลยไป

เวลาได้ผ่าน........
เมฆหมอกได้เลือนหายไปแล้ว
แสงจันทร์ได้กลับมาสดใสอีกครา
ทำให้นักเดินทาง ผู้เหน็บหนาวอุ่นใจขึ้น
แต่ดวงจันทร์ก้ออยู่ไกลเกินไป.......

ไกลเกินที่จะทำให้นักเดินทางผู้เหน็บหนาวได้รับความอบอุ่น------------

เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า

"เรามักจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราครอบครองนั้นดีเพียงไรมีคุณค่ากับเราเพียงใด เราจะรู้ก็ต่อเมื่อเราได้สูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว"

เพราะฉะนั้นฉันจึงอยากให้ผู้ที่ใฝ่สูงทั้งหลายจงหันกลับมามองคนใกล้ตัว

การชะเง้อมันเมื่อยกว่าการก้ม....จริงไหม?


tags : นักเดินทาง   ตะเกียง   และ   แสงจันทร์  
posted by ....[A][n][n].... : 2006-11-02 10:03:38
31/10/2006
>> วันที่อ่อนแอ

วันนี้ เรารู้สึกอ่อนแอมาก

ไม่รู้เป็นเพราะอะไร

อาจเป็นเพราะอะไร ๆ ไม่เป็นอย่างที่หวังไว้เลยก็ได้ เฮ้อ เหนื่อยใจ

 แต่ก็ได้แต่บอกกับตัวเองนะ

ว่าจุดหมายของชีวิต มันไม่ได้อยู่แค่ตรงนี้

นี่เราเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

ประสบการณ์ของชีวิตยังมีอีกมาก

เราต้องเจอใคร เจออะไรอีกตั้งมากมาย

แล้วเราจะมานั่งจมอยู่แค่วันนี้ทำไม

เราไม่ได้เกิดมาเพื่อพ่ายแพ้

แต่เราเกิดมาเพื่อแก้ปัญหา และฝ่าฟันไปให้ได้

เราต้องก้าวไปอีกไกล เพื่อค้นหาจุดหมายของชีวิตที่แท้จริงให้ได้

ก็ได้แต่พูดใส่สมองตัวเองให้คิดไปวัน ๆ จะทำได้อย่างที่พูดมั้ยเนี่ย

คนเราก็ต้องมีเจ็บกันบ้าง

มีทุกข์ มีหลงทาง มีผิดหวัง

บางคนอาจสูญเสียซึ่งกำลัง

หมดความหวัง หมดกำลัง และจิตใจ

แต่ก็ขอแค่เรายังไม่ท้อ

ร่วมกันก่อสิ่งหวังด้วยความหมาย

สิ่งที่คิดก็คงอีกไม่ไกล

และวันใหม่ของเราคงเป็นจริง

tags : แอน   เหงา   อ่อนแอ  
posted by ....[A][n][n].... : 2006-10-31 10:51:04
25/10/2006
>> SWEETANN

นิสัยสุนทรีย์

แต่ก็ขี้รำคาญ

บางครั้งก็ปากหวาน

โกรธไม่นานงอนทุกเวลา

ไม่ค่อยมีเหตุผล

ดื้อซนตามประสา

เดี๋ยวก็เงียบไม่พูดจา

เดี๋ยวก็บ้า หาสาระไม่เจอ

เป็นคนขี้เหงา

ชอบนั่งเศร้าบางทีก็เอ๋อ

กลางคืนนอนละเมอ

อาจจะเซ่อแต่ไม่โง่

รักการเขียนเป็นชีวิต

แต่ความคิดไม่รู้จักโต

พูดอะไรพูดจริงบ้างก็โม้

แต่ไม่คุยโตโอ้อวดเกินจริง

เกิด 2 กันยา ชื่อแอน

หน้าไม่แมนเพราะเป็นหญิง

รักใครรักจริงยอมทุกสิ่ง

รู้ความจริงแล้วใครรับได้

ก็เชิญเลย

tags : แอน  
posted by ....[A][n][n].... : 2006-10-25 09:59:51
/1